บทความ

ระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลกต้องยกให้ฟินแลนด์

ฟินแลนด์ อีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงในระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ฟินแลนด์มีพื้นฐานด้านชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเยี่ยม มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจน้อยมาก เพราะมีการเก็บภาษีสูงและมีการพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง ทำให้การพัฒนาคุณภาพประชากรที่นี่มีคุณภาพ การศึกษาก็เช่นกัน นอกจากนี้ในการสำรวจประเมินผลดัชนีทางการศึกษาล่าสุด โดยองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และพัฒนา โดยการจัดอันดับ นักเรียนของฟินแลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็น"นักเรียนที่มีคุณภาพที่สุดในโลก"ประเมินจากนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับของนักเรียนจำนวน 65 ประเทศ

 

แล้วมีสิ่

ใดบ้างที่แตกต่าง สิ่งใดบ้างที่ทำให้การศึกษาของฟินแลนด์ถือว่าเป็นระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก

1. การเข้าโรงเรียนอนุบาลไม่สำคัญเท่ากับเวลาที่ได้จากครอบครัว

ฟินแลนด์ไม่เน้นโรงเรียนอนุบาล แต่อยากให้เด็กๆ ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด เพราะเขาเชื่อว่าครอบครัวสามารถให้ทั้งความรู้ และความรัก ทำความเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้กับเด็กๆ ได้ดีกว่าโรงเรียนอนุบาล ฟินแลนด์เปิดรับนักเรียนตั้งแต่วัยเด็ก 8 เดือน - 5 ปี เช่นกัน เรียกว่า Daycare โดยที่ Daycare นั้นจะต้องมีสนามเด็กเล่นให้เด็กใช้วิ่งเล่นโดยที่ผู้ปกครองสามารถเข้าไปเป็นเพื่อนเล่นได้ โดยเปิดให้บริการฟรี แต้ถ้าพ่อแม่คนไหนไม่ต้องการส่งลูกไปที่ Daycare ก็สามารถที่จะจัดบ้านตัวเองเป็น Daycare ได้ และทางเทศบาลเมืองจะมีการจ่ายเงินสนับสนุนให้ด้วย!! เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พ่อแม่เลี้ยงดูลูกด้วยตัวเองนั่นเองทางเทศบาลจะมีการสุ่มตรวจอยู่เสมอว่าพ่อแม่เลี้ยงลูกได้เหมาะสมหรือเปล่าค่ะ

 

2. เด็กควรมีเวลาทำในสิ่งที่สนใจ เรียนมากไปใช่ว่าจะดี

เด็กในวัยประถมศึกษาที่ฟินแลนด์ จะเรียนไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง เพราะเด็กวัยนี้ควรจะมีเวลาทำในกิจกรรมที่ตัวเองสนใจมากกว่า ในขณะที่เด็กไทยโหมเรียนหนัก เลิกเรียนแล้วยังต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมอีก กว่าจะได้พักทำในสิ่งที่ชอบ อาจส่งผลทำให้ภาวะเครียดได้

3. จำกัดจำนวนเด็กในชั้นเรียน เพื่อการดูแลที่ทั่วถึง

กำหนดให้มีนักเรียนห้องละ 12 คน สูงสุดไม่เกิน 20 คน ยิ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงก็จะยิ่งจำกัดจำนวนเด็กในห้องให้น้อยลง (ซึ่งหลักการนี้จะคล้ายกับโรงเรียนสอนภาษาในประเทศอังกฤษที่ได้รับการรับรอง Highly Trusted) เพราะที่ฟินแลนด์จะเน้นการพัฒนาคน มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และการดำรงชีวิต

4. เพราะการศึกษาไม่ใช่การแข่งขัน เกรดเฉลี่ยจึงไม่มีความสำคัญ

ที่ฟินแลนด์มองว่าการเรียนคือการพัฒนาแต่ละบุคคล ไม่ใช่การแข่งขัน ดังนั้นจึงไม่มีการให้เกรดเฉลี่ยมาเป็นตัวแบ่งแยกความภาคภูมิใจ หรือเกิดความอับอายให้แก่เด็ก แต่เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้มากกว่า

5. ไม่ใช้ข้อสอบกลางในการวัดระดับ

เพราะเขาเชื่อว่าแต่ละโรงเรียนมีจุดประสงค์และเป้าหมายในการให้การศึกษาแก่นักเรียนแตกต่างกัน ฟินแลนด์จึงไม่ใช้ข้อสอบมาตรฐานในการวัดผลนักเรียน ในกรณีนี้สามารถทำได้ เมื่อโรงเรียนมีคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

 

6. การบริหารโรงเรียนที่มีคุณภาพ

ที่ฟินแลนด์จะใช้การจ้างผู้อำนวยการมาบริหารโรงเรียน และให้กรรมการโรงเรียนดูแล ถ้าผลงานไม่ดีก็เชิญออกได้ เขาไม่ได้ใช้ระบบราชการ หรืออายุราชการในการคัดเลือกคนมาบริหาร ไม่ได้เลือกจากอาจารย์ในโรงเรียน แต่ใช้การคัดเลือกคนที่มีความสามารถในการบริหารจริงๆ เพราะเชื่อว่าการสอนเก่ง กับการบริหารเก่งนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้โรงเรียนเขามีคุณภาพ

7. ครูเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับและมีเกียรติ

ฟินแลนด์ อาชีพครูเป็นอาชีพที่ได้การยอมรับ และครูทุกคนที่นี่มีความตั้งใจดี คนที่ดีและเก่งที่สุดของประเทศจะแข่งขันกันเป็นครู เพราะครูเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับ ไม่ต่างจากแพทย์ หรือ ทนายความ ระบบการศึกษาในฟินแลนด์กำหนดให้อาจารย์ประจำชั้นต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโทในคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่วนอาจารย์ประจำวิชาจะต้องจบการศึกษาในคณะวิชาที่สอนก่อนและจึงมาศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาโทในคณะศึกษาศาสตร์ และยังมีข้อกำหนดพิเศษสำหรับครูการศึกษาพิเศษและครูแนะแนวต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาโทด้านการศึกษาพิเศษและการแนะแนวอีกด้วย

 

เมื่อทำความเข้าใจระบบการศึกษาของฟินแลนด์ในระบับหนึ่งแล้ว เชื่อว่าครูไทยของคงได้แนวคิดไปปรับใช้ในการสอนอย่างเหมาะสมแน่นอน

 

ขอบคุณที่มา : http://www.adviceforyou.co.th/

ขอบคุณที่มา : http://th.theasianparent.com/